มีเดียมอนิเตอร์เฝ้าระวังการรายงานของสื่อโทรทัศน์ในการรายงานข่าวคดียึด ทรัพย์ของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มูลค่ากว่าเจ็ดหมื่นหกพันล้านบาท ที่มีการโหมโรงเน้นรายงานมาตลอดสัปดาห์ เมื่อถึงวันพิพากษา ศาลฎีกาพิจารณาตัดสินคดีในวันนี้ พบว่า สื่อโทรทัศน์เกือบทุกช่องให้ความสำคัญกับการรายงานข่าวในระดับสำคัญ เป็นข่าวเด่นของวัน อย่างไรก็ตามพบว่าบางช่องสถานีอาจสอบตกมาตรฐานการรายงานข่าว ขณะที่บางช่องถือว่าทำได้ดีตามาตรฐาน

จากการสังเกตเฝ้าระวังการ รายงานข่าวคดียึดทรัพย์ตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 25 จนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จาก 8 ช่องสถานี ได้แก่ ช่อง 3, 5, 7, 9, 11, ทีวีไทย, เอเอสทีวี และ เนชั่นชาแนล สามารถเปรียบเทียบ “ระดับ/มาตรฐานการรายงานข่าว” ได้ 3 กลุ่ม โดยพิจารณาจากการให้พื้นที่/ความสำคัญในสัดส่วนเวลา และระดับความลึก ความหลากหลาย ความเข้มข้นของข้อมูลข่าว ที่นำเสนอ ดังนี้

กลุ่ม 1 ระดับต่ำ (เนื่องจากให้ความสำคัญเฉพาะผังข่าวปกติ/ไม่มีรายการพิเศษ) ได้แก่ช่อง 5 และ 7

สำหรับช่อง 5 ซึ่งพบว่าเน้นรายการปกติของช่องสถานี (เพลง เกมโชว์ สาระบันเทิง บันเทิง ฯลฯ) แต่ในช่วงเย็นมีนักวิชาการทางกฏหมายมาร่วมอธิบายสรุปเกี่ยวกับคดีในแบบง่ายๆ ได้ใจความสรุปให้ผู้ชมฟังได้ดี ส่วนช่อง 7 นั้นเนื้อหาข่าวน้อยมากที่สุด กลับเน้นถ่ายทอดสดกีฬาชกมวยสากล รายการละครทั้งสอง ต้องรอในช่วงข่าวภาคเย็นและค่ำ

กลุ่ม 2 ระดับกลาง (เนื่องจากให้ความสำคัญเฉพาะผังข่าวปกติ/ไม่มีรายการพิเศษ) ได้แก่ช่อง 3, 9, 11

กลุ่มนี้มีการให้พื้นที่ข่าวค่อนข้างสูง สำหรับช่อง 3 พบว่ามีการสลับกับผังรายการปกติอยู่บ้าง (รายการละครเกาหลี, ละครไทย,เกมโชว์ ฯลฯ) แต่มีรายการข่าวเกาะติด โดยมี 2 พิธีกรคอยรายงานข่าว แต่ก็ไม่มีความลึกของข่าวมากเท่าที่ควร เน้นการสนทนาระหว่างนักวิชาการ 2 ท่านคือ อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และอาจารย์สุขุม นวลสกุล มาวิเคราะห์และอธิบายเหตุ-ผลทางกฎหมายและทางการเมือง ขณะที่มีข้อมูลตัวหนังสือกราฟฟิกรายงานประกอบ และการเกาะติดบรรยากาศการรับฟังคำวินิจฉัยคดีจากสถานที่ต่างๆ
ขณะที่ช่อง 9 กับช่อง 11 เหมือนกันคือ “ปล่อยเสียงคำวินิจฉัย” ยาวและต่อเนื่องทั้งวันโดยไม่มีการตัดโฆษณาหรือแทรกรายการอื่นเข้ามา แต่ขาดข้อมูลประกอบการรับชม ไม่มีข้อมูลสรุป, ตาราง ภาพกราฟฟิกใดๆ และไม่มีการรายงานอื่นๆ ใดประกอบ

กลุ่ม 3 ระดับสูง (ได้แก่ช่อง ทีวีไทย, เอเอสทีวี และเนชั่นชาแนล

เนื่องจากให้ความสำคัญรายการพิเศษ) ทีวีไทย เน้นรายงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีพิธีกรข่าว แต่ใช้วิธีการ “อธิบาย/ให้ข้อมูลประกอบ” การรับชมข่าว โดยจะสรุปประเด็การวินิจฉัยคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาพบรรยากาศ แฟ้มภาพข่าวเก่าๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ข้อมูล ตาราง แผนภูมิ ภาพกราฟฟิก เช่นเดียวกับช่องเอเอสทีวี ขณะที่เนชั่น เด่นที่การใช้ “ข่าวทวิตเตอร์” ของผู้สื่อข่าวประกอบการรายงาน และมีข่าวสรุปทุกๆ ช่วงสำคัญ

จากผลการเฝ้าระวังสื่อ แสดงให้เห็นว่า การให้ความสำคัญของการรายงานข่าวในสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องที่มีมากน้อยแตก ต่างกันนั้นมีปัจจัยมาจากโครงสร้างความเป็นเจ้าของ รูปแบบการดำเนินกิจการ และวัตถุประสงค์ของสถานี เช่น ช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 7 ที่มีลักษณะการดำเนินกิจการเชิงพานิชย์ ก้จะให้เวลาสัดส่วนรายการข่าวน้อยกว่าช่องที่ดำเนินกิจการโดยรัฐ (ช่อง 9 และ 11) ขณะที่ช่อง ทีวีไทย เนชั่นและเอเอสทีวี กลับให้พื้นที่ข่าวได้มากกว่า

ส่วนคุณภาพด้านเนื้อหาและความเข้มข้นของข้อมูลข่าว พบว่าช่องที่ทำได้ดีกว่าคือช่องทีวีไทย เอเอสทีวี เนชั่นและช่อง 3

โดยรวมการนำเสนอข่าวคดีการยึดทรัพย์ สื่อฟรีทีววีทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี มีการรายงานเกาะติดต่อเนื่องตลอด และเน้นประเด็นข่าวที่ข้อมูลการฟ้องร้อง แนวโน้มสถานการณ์หลังการตัดสินคดี บรรยากาศการรับฟังผลคดีที่จังหวัดต่างๆ โดยใช้แลห่งข้อมูลสำคัญคือ คำวินิจฉัยจากศาลฎีกา และบรรยากาศจากสถานที่ต่างๆ ที่สำคัญ

ที่มา : มีเดียมอนิเตอร์

 

Comment

Comment:

Tweet

ช่องสามน่าจะอยู่ระดับเดียวกับห้าและเจ็ดนะ ถึงจะเชิญใครมาก็เถอะ แต่จบข่าวปุ๊บก็ตัดเข้าละคร

#1 By - -)* on 2010-02-28 15:31