แรงบันดาลใจ สำคัญกว่าจินตนาการ และมากกว่าความรู้
posted on 16 Nov 2009 11:04 by mediamonitor in Article
โดย : โกวิท โพธิสาร
จำได้ว่าตอนประถมฯ ครูประจำชั้นหันหลังให้กระดานดำแล้วถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร คำตอบมีมากมายแต่ซ้ำไปซ้ำมา ไม่ครู ตำรวจ ทหาร หมอ ก็คนขับรถสิบล้อ แต่ไม่ยักกะมีใครอุตริอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์สักคน
ที่ว่าอุตริเพราะภาพนักวิทยาศาสตร์ที่มีในมโนภาพคือ ชายชราหัวยุ่ง จดจ่อ เคร่งเครียด และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่าแปลกแยกในสังคม ใครบังอาจชูรักแร้ฉายความฝันตัวเองในมาดแบบนั้นอาจถูกมองว่าเพี้ยนเสียง่ายๆ
สิบปีผ่านไป เชื่อว่าบุคลิกนักวิทยาศาสตร์ในจินตนาการก็คงไม่หนีจากนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เหมือนไม่เห็นจะมีสาระอะไร แต่เอาเข้าจริงก็ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์อยู่ไม่น้อย เนื่องเพราะสังคมไม่มีไอดอลอันจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม เพื่อให้เกิดนักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐเองก็มองเห็นปัญหา ในระยะหลังมานี้จึงปรากฏรายการวิทยาศาสตร์ทางสื่อ โดยเฉพาะโทรทัศน์มากขึ้น
ดังที่ ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค : สวทช.) กล่าวในเวทีเสวนาเรื่อง “รายการวิทยาศาสตร์ในฟรีทีวี” เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
“ทุกคนรู้ว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญต่อชาติ แต่อาชีพนักวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้เป็นอาชีพที่ทุกคนใฝ่ฝัน เราจึงเห็นการกระตุ้นให้คนสนใจวิทยาศาสตร์ด้วยการนำรายการดีๆ จากต่างประเทศมาฉาย เพื่อปรับทัศนคติของคนสังคมต่อวิทยาศาสตร์ใหม่ ไม่ใช่นึกถึงนักวิทยาศาสตร์ก็จะเห็นเป็นคนหัวยุ่งๆ เหมือนไอน์สไตน์เสมอไป”จากการที่โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะ ของสังคม (Media Monitor) ได้ศึกษา “รายการวิทยาศาสตร์ในฟรีทีวี” ช่วงเดือนพฤษภาคม 2552 เพื่อสัดส่วนและรูปแบบรายการ กลับพบว่ามีรายการวิทยาศาสตร์ในฟรีทีวี 26 รายการ รวมเวลาออกอากาศ 1,137 นาทีต่อสัปดาห์ คิดเป็น 1.94 % ของเวลาออกอากาศทั้งหมดทุกช่องสถานีของฟรีทีวีเท่านั้น
โดยเป็นรายการจากต่างประเทศ 8 รายการ ผลิตในประเทศ 18 รายการ แต่รายการจากต่างประเทศกลับมีเวลาออกอากาศมากกว่ารายการที่ผลิตในไทย โดยช่องที่มีเนื้อหาวิทยาศาสตร์มากที่สุดคือทีวีไทย จำนวน 8 รายการ รองลงมาช่อง 9 มี 7 รายการ NBT มี 5 รายการ ช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 7 พบสถานีละ 2 รายการ
รูปแบบรายการเป็นสารคดีมากที่สุด รองลงคือแมกกาซีน เกมโชว์ การ์ตูน และการประกวดแข่งขัน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายคนทั่วไปมากที่สุด ตามด้วยเด็กและเยาวชน
มีการเสนอทักษะการสังเกตในทุกรายการ ยกเว้นรายการที่เสนอข่าวสารความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ส่วนทักษะที่พบรองลงมา คือการตีความหมายและสรุปข้อมูล อันเป็นกระบวนการแรกและสุดท้ายของกระบวนการวิทยาศาสตร์ ขณะที่กระบวนการอื่นๆ เช่น การทดลองหรือตั้งสมมติฐาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ กลับไม่ได้รับความสำคัญ
ผศ.กาญจนา จันทร์ประเสริฐ ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น ระดับอุดมศึกษา ปี ๒๕๕๐ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในเวทีเสวนาเดียวกันนี้ว่า รู้สึกตกใจกับสัดส่วนรายการที่มีอยู่น้อยมาก ทั้งที่โทรทัศน์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญต่อสังคมมาก การผลิตรายการดีแล้วอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมนั้นเป็นไปได้ยาก แต่เชื่อว่าผู้ผลิตมีความสามารถและมีความพร้อม ฉะนั้นจึงควรสนับสนุนให้เกิดการผลิตรายการเหล่านี้ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงร่างนโยบาย และกลายเป็นรายการในความฝันเท่านั้น
ขณะที่นายอรรฆรัตน์ นิติพน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัชรูม
เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ผลิตรายการ เน็กซ์ ก้าวแห่งความคิด ช่อง สทท. 11
เห็นว่า รายการวิทยาศาสตร์นั้นสอดแทรกในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ได้ยาก
เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวถูกจับจองโดยรายการที่มีเรตติ้งสูงอยู่แล้ว
ซึ่งการจะมีเรตติ้งดีหรือไม่นั้น รายการต้องมีดารา ดูสนุก ตลก
และห้ามเครียด สิ่งที่เป็นปัญหาของสังคมไทยคือ
เยาวชนไม่มีไอดอลด้านวิทยาศาสตร์ หลายสาขาอาชีพมีไอดอลที่ทุกคนรู้จัก
แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์เรากลับพบว่าไม่มี
จึงเกิดปัญหาการทำรายการวิทยาศาสตร์ให้น่าสนใจนั้นทำได้ยาก
แต่เชื่อว่าหากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ดีพอก็สามารถทำได้เช่นกัน
.....
นึกย้อนกลับไปอีกครั้ง
.....
มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมสภาพกึ่งใหม่กึ่งเก่า แม้ค่อนไปทางอย่างหลังมากกว่า แต่โปสเตอร์นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลก ที่ครูประจำชั้นผู้สอนตั้งแต่วิชา สปช. ไทย อังกฤษ คณิตฯ จนถึงวิทยาศาสตร์ เพิ่งซื้อมาติดบอร์ดต้อนรับเปิดเทอมก็ทำให้บรรยากาศห้องดูใหม่กว่าเดิม ทั้งยังสามารถดึงความสนใจจากเด็กตัวกระเปี๊ยกให้มารุมล้อมห้อมดู อันเป็นภาพที่ไม่เห็นกันบ่อยนัก
กระนั้นชื่อของนักวิทยาศาสตร์นามอุโฆษอย่างอริสโตเติล, ลีโอนาร์โด ดา วินชี, นิโคลัส โคเปอร์นิคัส, กาลิเลโอ กาลิเลอิ, เซอร์ ไอแซค นิวตัน, ชาร์ลส์ โรเบิร์ต ดาร์วิน, โทมัส อัลวา เอดิสัน รวมถึงอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็ไม่มีอะไรน่าจดจำมากไปกว่าบุคคลแปลกหน้าที่แฝงตัวข้างผนัง ก่อนอยู่ร่วมห้องกันอีกเทอมหรือมากกว่านั้น ที่สุดก็กลายเป็นคนคุ้นหน้าที่ไม่มีอะไรน่าค้นหาอีกต่อไป
ผมลบความทรงจำท่อนนี้ออกจากชีวิตไม่ได้ แต่เชื่อว่าคนรุ่นหลังควรจะมีช่องทางสื่อเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความทรงจำและแรงบันดาลใจ ขับเคลื่อนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่สู่อนาคต อย่างน้อยก็อีกทาง
ที่มา : นิตยสาร Horizon ปีที่ 1 ฉบับที่ 2